ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการกรมที่ดิน
จำกัด
ว่าด้วยเงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน
ฉบับที่
3
พ.ศ.
2545
---------------
อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับของสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการกรมที่ดิน
จำกัด
เลขทะเบียนข้อบังคับที่
อ. 032444
ข้อ 58
(9) และข้อ
77 (3)
ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการ
ครั้งที่ 10/2545
เมื่อวันที่
22 ตุลาคม
2545 เห็นชอบให้กำหนดระเบียบว่าด้วยเงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน
ไว้ดังต่อไปนี้
หมวด
1
ข้อกำหนดทั่วไป
ข้อ
1. ระเบียบนี้เรียกว่า
ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการกรมที่ดิน
จำกัด
ว่าด้วยเงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน
ฉบับที่ 3
พ.ศ.
2545
ข้อ
2.
ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันที่
24 ตุลาคม
2545 เป็นต้นไป
ข้อ
3.
ให้ยกเลิก
(1)
ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการกรมที่ดิน
จำกัด ว่าด้วยเงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน
พ.ศ.
2545
(2)
ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการกรมที่ดิน
จำกัด ว่าด้วยเงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน
ฉบับที่ 2
พ.ศ.
2545
บรรดาประกาศ
มติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการอื่นใดที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้
หรือซึ่งขัดแย้งกับระเบียบนี้
ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ
4.
ในระเบียบนี้ สหกรณ์ให้เงินกู้
2 ประเภท
คือ
(1)
เงินกู้สามัญ
(2)
เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน
ข้อ
5. เงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินนั้น
สหกรณ์จะให้กู้ได้เฉพาะแก่สมาชิกเท่านั้น
สมาชิกที่จะกู้เงินสามัญได้จะต้องเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า
6 เดือน
สมาชิกที่จะกู้เงินเพื่อเหตุฉุกเฉินจะต้องเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า
6 เดือนหรือมีค่าหุ้นไม่ต่ำกว่าวงเงินซึ่งสมาชิกผู้นั้นมีสิทธิกู้เงินเพื่อเหตุฉุกเฉินได้
ข้อ
6. การให้เงินกู้แก่สมาชิกนั้น
จะให้ได้เฉพาะกรณีเพื่อการอันจำเป็นหรือมีประโยชน์ตามที่คณะกรรมการเงินกู้เห็นสมควร
หมวด
2
เงินกู้สามัญ
ข้อ
7.
คณะกรรมการเงินกู้มีอำนาจอนุมัติเงินกู้สามัญ
ยกเว้นกรณีการกู้เงินสามัญที่ใช้อสังหาริมทรัพย์ค้ำประกันต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการดำเนินการ
ข้อ
8.
สมาชิกผู้ประสงค์ขอกู้เงินสามัญต้องเสนอคำขอกู้ต่อสหกรณ์ตามแบบที่กำหนด
ข้อ
9. คำขอกู้เงินสามัญของสมาชิกซึ่งรับราชการในส่วนกลางให้ยื่นคำขอกู้ที่สำนักงานสหกรณ์
สำหรับสมาชิกที่รับราชการในส่วนภูมิภาคให้ยื่นคำขอกู้ผ่านสำนักงานที่ดินที่ตนสังกัด
หรือจะยื่นโดยตรงต่อสำนักงานสหกรณ์ก็ได้
ข้อ
10. จำนวนเงินกู้สามัญที่ให้แก่สมาชิกผู้กู้คนหนึ่ง
ๆ นั้น
ย่อมสุดแต่คณะกรรมการเงินกู้พิจารณาเห็นสมควร
แต่ต้องอยู่ภายในวงเงินไม่เกิน
500,000 บาท
ตามหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
(1)
เป็นสมาชิกตั้งแต่
6
เดือนขึ้นไป
มีสิทธิได้รับเงินกู้สามัญ
ไม่เกิน 300,000
บาท
(2)
เป็นสมาชิกตั้งแต่
5
ปีขึ้นไป
มีสิทธิได้รับเงินกู้สามัญ
ไม่เกิน 400,000
บาท
(3)
เป็นสมาชิกตั้งแต่
10
ปีขึ้นไป
มีสิทธิได้รับเงินกู้สามัญ
ไม่เกิน 500,000
บาท
หรือยี่สิบห้าเท่าของจำนวนเงินได้รายเดือนรวมค่าหุ้นของสมาชิกนั้น
สุดแต่จำนวนไหนน้อยกว่า
กรณีที่ใช้ค่าหุ้นเป็นหลักประกันให้กู้ได้ไม่เกินร้อยละเก้าสิบของค่าหุ้นที่สมาชิกนั้นมีอยู่ในสหกรณ์
สมาชิกที่โอนหรือย้ายหรือออกจากราชการหรืองานประจำโดยไม่มีความผิดตามข้อบังคับสหกรณ์ข้อ
43 ให้กู้ได้ไม่เกินร้อยละเก้าสิบของค่าหุ้นที่สมาชิกนั้นมีอยู่ในสหกรณ์
ทั้งนี้ไม่รวมถึงสมาชิกที่ถูกโอนหรือย้ายตามกฏหมายการปฏิรูประบบราชการ
ในกรณีที่สมาชิกมีค่าหุ้นเกินวงเงินที่อาจกู้ได้ตามวรรคหนึ่ง
หรือสมาชิกที่โอนหรือย้ายหรือออกจากราชการหรืองานประจำโดยไม่มีความผิดตามข้อบังคับสหกรณ์ข้อ
43 คณะกรรมการเงินกู้อาจให้เงินกู้สามัญแก่สมาชิกนั้นได้ไม่เกินร้อยละเก้าสิบของค่าหุ้นที่สมาชิกนั้นมีอยู่ในสหกรณ์
ข้อ
11. สมาชิกที่มีหนี้เงินกู้สามัญค้างชำระอยู่
สามารถกู้เงินสามัญรายใหม่ได้หลังจากที่ได้ชำระหนี้เงินกู้มาแล้วไม่น้อยกว่า
12 เดือน
โดยนำเงินกู้รายใหม่หักชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยเงินกู้รายเก่าของสมาชิกผู้นั้นเสียก่อน
ทั้งนี้จำนวนเงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินรวมทุกรายของสมาชิกผู้กู้คนหนึ่ง
ๆ ในเวลาใดเวลาหนึ่งจะมีจำนวนต้นเงินเกินกว่ากำหนดไว้ในข้อ
10 ไม่ได้
ระยะเวลาการชำระหนี้กำหนด
12 เดือนตามวรรคแรกไม่ใช้บังคับแก่การกู้โดยใช้ค่าหุ้นเป็นหลักประกัน
ข้อ
12. ในการให้เงินกู้สามัญนั้น
ถ้าปรากฏว่าสหกรณ์มีเงินที่จะให้กู้ได้ไม่พอแก่การขอกู้อันมีลักษณะพึงให้กู้นั้นทุกราย
ให้ถือลำดับในการพิจารณาให้เงินกู้ดังต่อไปนี้
(1)
เงินกู้ซึ่งถือค่าหุ้นเป็นหลักประกัน
พึงให้ได้ในลำดับก่อนเงินกู้ซึ่งมีหลักประกันอย่างอื่น
(2)
ในการพิจารณาอนุมัติให้กู้ในครั้งหนึ่ง
ๆ ซึ่งมีคำขอกู้หลายรายให้อนุมัติเงินกู้ซึ่งมีจำนวนน้อยพึงให้ก่อนเงินกู้ซึ่งมีจำนวนมาก
เพื่อประโยชน์แห่งการนี้จำนวนเงินที่นำมาเทียบกันนั้นให้คิดรวมทั้งเงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินรายก่อนของผู้กู้ที่คงเหลืออยู่
(ถ้ามี)
ด้วย
ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการเงินกู้เห็นว่ามีเหตุผลพิเศษจะวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นก็ได้
หมวด
3
เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน
ข้อ
13. เมื่อสมาชิกมีเหตุฉุกเฉินอันแสดงหลักฐานพิสูจน์ได้
และประสงค์จะขอกู้เงินก็ให้ยื่นคำขอกู้ถึงสหกรณ์ตามแบบที่กำหนด
ข้อ
14. ให้กรรมการดำเนินการแต่ละคนมีอำนาจอนุมัติเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินได้
และให้ฝ่ายจัดการรวบรวมรายการเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินดังกล่าวเสนอคณะกรรมการดำเนินการเพื่อทราบทุกเดือน
ข้อ
15. เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินที่ให้แก่สมาชิกผู้กู้คนหนึ่ง
ๆ นั้น
ให้มีจำนวนไม่เกิน
20,000 บาท
หรือร้อยละ 60
แห่งเงินได้รายเดือนของสมาชิกนั้น
สุดแต่จำนวนไหนน้อยกว่า สมาชิกกู้เงินเพื่อเหตุฉุกเฉินชำระหนี้เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินรายก่อนให้เสร็จสิ้นก่อน
จึงจะกู้เงินเพื่อเหตุฉุกเฉินรายใหม่ได้
ทั้งนี้จำนวนเงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินรวมทุกรายของสมาชิกผู้กู้คนหนึ่ง
ๆ ในเวลาใดเวลาหนึ่งจะมีจำนวนต้นเงินเกินกว่ากำหนดไว้ในข้อ
10 ไม่ได้
หมวด
4
หลักประกันสำหรับเงินกู้
ข้อ
16. การให้เงินกู้ทุกประเภทนั้น
ผู้กู้ต้องทำหนังสือกู้ให้ไว้ต่อสหกรณ์ตามแบบที่กำหนด
ข้อ
17. หลักประกันสำหรับเงินกู้
ให้มีดังต่อไปนี้
(1)
เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน
นอกจากหนังสือกู้ซึ่งผู้กู้ได้ทำไว้ต่อสหกรณ์แล้วมิต้องมีหลักประกันอื่นอีก
(2)
เงินกู้สามัญ
ที่มีจำนวนไม่เกินร้อยละเก้าสิบของค่าหุ้นที่ผู้กู้มีอยู่ในสหกรณ์
ให้ใช้ค่าหุ้นเป็นหลักประกัน
กรณีเงินกู้สามัญตามวรรคหนึ่งเกินกว่าร้อยละเก้าสิบของค่าหุ้น
ต้องมีหลักประกันอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(ก)
มีสมาชิกซึ่งคณะกรรมการเงินกู้เห็นสมควรจำนวนสองคนค้ำประกันอย่างไม่มีจำกัดเพื่อหนี้สินเกี่ยวกับเงินกู้สามัญรายนั้นในส่วนที่เกินกว่าค่าหุ้นของผู้กู้
และสมาชิกเช่นว่านั้นจะต้องไม่ใช่สมาชิกตามข้อบังคับสหกรณ์ข้อ
43 เว้นแต่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ที่ถูกโอนหรือย้ายตามกฏหมายการปฏิรูประบบราชการเท่านั้น
สมาชิกผู้ค้ำประกันต้องทำหนังสือค้ำประกันให้ไว้ต่อสหกรณ์ตามแบบที่กำหนด
สมาชิกคนหนึ่งจะเป็นผู้ค้ำประกันสำหรับการกู้มากกว่าสองรายในเวลาเดียวกันไม่ได้
เมื่อผู้ค้ำประกันคนใดตาย
หรือพ้นจากการเป็นสมาชิกสหกรณ์โดยเหตุอื่น
ผู้กู้ต้องจัดให้มีสมาชิกอื่น
ซึ่งคณะกรรมการเงินกู้เห็นสมควรเข้าเป็นผู้ค้ำประกันแทน
คนเดิมหรือนำหลักทรัพย์ตาม
(ข)
หรือ
(ค)
เป็นหลักประกันแทนบุคคล
ให้เสร็จภายใน
3 เดือน
นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสหกรณ์
สมาชิกซึ่งเป็นคู่สมรสของผู้กู้จะเป็นผู้ค้ำประกันไม่ได้
(ข)
มีอสังหาริมทรัพย์จำนองเป็นประกันเต็มจำนวนเงินกู้รายนั้น
โดยต้องเป็นที่พอใจคณะกรรมการดำเนินการว่า
จำนวนเงินกู้ส่วนที่เกินกว่าค่าหุ้นของผู้กู้
ต้องอยู่ภายในร้อยละห้าสิบของราคาประเมินของทางราชการ
กรณีที่นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมาจำนองเป็นประกัน
และสำนักงานที่ดินไม่ได้ประเมินราคาสิ่งปลูกสร้างมาด้วย
ให้นำราคาประเมินของสำนักประเมินราคาทรัพย์สินมาใช้โดยอนุโลมและจะต้องมีการประกันอัคคีภัยสิ่งปลูกสร้างด้วย
โดยระบุให้สหกรณ์เป็นผู้รับประโยชน์
ส่วนวงเงินเอาประกันนั้นให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการเงินกู้
การประกันอัคคีภัยสำหรับสิ่งปลูกสร้างตามวรรคหนึ่ง
หากคณะกรรมการดำเนินการพิจารณาเห็นว่าที่ดินที่นำมาจำนองเป็นประกันนั้นมีราคาประเมินเกินกว่าจำนวนเงินกู้ส่วนที่เกินกว่าค่าหุ้นของผู้กู้แล้ว
จะไม่ต้องจัดให้มีการประกันอัคคีภัยก็ได้
(ค)
มีหลักทรัพย์รัฐบาลหรือเอกสารการฝากเงินในสหกรณ์นี้
ซึ่งคณะกรรมการเงินกู้เห็นสมควร
จำนำเป็นประกันโดยจำนวนเงินกู้ส่วนที่เกินกว่าค่าหุ้นของผู้กู้
ต้องอยู่ภายในร้อยละเก้าสิบแห่งค่าของหลักทรัพย์นั้น
หมวด
5
การชำระหนี้เงินกู้
ข้อ
18. เงินงวดชำระหนี้สำหรับเงินกู้นั้น
ให้กำหนดไว้ดังนี้
(1)
เงินกู้สามัญให้คณะกรรมการเงินกู้พิจารณากำหนดให้ผู้กู้ส่งคืนเงินกู้สามัญเป็นงวดรายเดือนเท่ากันพร้อมด้วยดอกเบี้ย
เป็นจำนวนกี่งวดก็สุดแต่จะเห็นเป็นการสมควรตามฐานะของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน
จำนวนและความมุ่งหมายแห่งเงินกู้
อายุของผู้กู้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์นี้
คือกรณีกู้โดยใช้สมาชิกค้ำประกัน
ผู้กู้ต้องส่งคืนเงินกู้ให้เสร็จสิ้นก่อนเกษียณอายุราชการ
และกรณีกู้โดยใช้อสังหาริมทรัพย์หรือหลักทรัพย์รัฐบาลหรือเอกสารการฝากเงินในสหกรณ์ค้ำประกัน
ผู้กู้ต้องส่งคืนเงินกู้ให้เสร็จสิ้นภายในอายุไม่เกิน
65 ปี
ทั้งนี้ไม่เกิน
72 เดือน
(เจ็ดสิบสองงวด)
ตั้งแต่เดือนที่เริ่มคิดดอกเบี้ย
ยกเว้นกรณีกู้โดยใช้ค่าหุ้นค้ำประกัน
สำหรับผู้กู้รายเก่าที่ยังมีหนี้สินค้างอยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ
ถ้าไม่มีการยื่นกู้ใหม่ก็ให้ปฏิบัติไปตามสัญญาเดิม
ในกรณีที่ผู้กู้มีคำขอผ่อนผันเป็นหนังสือ
และคณะกรรมการเงินกู้เห็นว่ามีเหตุอันสมควรผ่อนผันเป็นพิเศษ
คณะกรรมการดำเนินการจะผ่อนเวลาการส่งเงินงวดชำระหนี้สำหรับเงินกู้สามัญที่กำหนดไว้ตามความในวรรคแรก
ให้แก่ผู้กู้คราวละหนึ่งหรือหลายเดือนก็ได้
แต่การผ่อนเวลาเช่นนี้รวมกันทั้งหมดสำหรับเงินกู้สามัญรายหนึ่ง
ๆ ต้องไม่เกินหกเดือน
โดยจำนวนงวดการชำระหนี้ยังคงเป็นไปตามสัญญาเช่นเดิม
(2)
เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินให้ผู้กู้ส่งคืนเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินเต็มจำนวนพร้อม
ดอกเบี้ยภายในวันสิ้นเดือนที่คิดดอกเบี้ยเดือนแรก
หรือให้ส่งเป็นงวดรายเดือนเท่ากันพร้อม
ดอกเบี้ยไม่เกินสี่งวดติดต่อกัน
โดยงวดแรกให้ส่งต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยในวันสิ้นเดือนที่คิดดอกเบี้ยเดือนแรกเป็นต้นไป
ทั้งนี้ โดยไม่มีการผ่อนเวลาอย่างใดอีก
ข้อ
19. การส่งเงินงวดชำระหนี้เงินกู้ทุกประเภทซึ่งผู้กู้ต้องส่งสหกรณ์นั้น
ให้ส่งโดยวิธีหักจากเงินได้รายเดือนของผู้กู้
ณ ที่จ่าย
กรณีไม่สามารถหักจากเงินได้รายเดือนของผู้กู้
ณ ที่จ่ายตามวรรคหนึ่งได้
ให้คณะกรรมการเงินกู้กำหนดวิธีการชำระหนี้เงินกู้เป็นราย
ๆ ไป
ให้ถือว่าเงินงวดชำระหนี้แต่ละงวดถึงกำหนดส่งภายในวันสิ้นเดือนนั้น
ๆ
หมวด
6
ดอกเบี้ยเงินกู้
ข้อ
20.
ให้เรียกดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทไม่เกินอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามประกาศของนายทะเบียนสหกรณ์
และจะได้ประกาศให้ทราบเป็นคราว
ๆ ไป
ข้อ
21. ดอกเบี้ยนั้นให้คิดเป็นรายวันตามจำนวนต้นเงินคงเหลือตามเดือนและปีปฏิทิน
หมวด
7
การควบคุมหลักประกันและการเรียกคืนเงินกู้
ข้อ
22.
ให้คณะกรรมการเงินกู้ตรวจตราควบคุมให้เงินกู้ทุกรายมีหลักประกันตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
และเมื่อคณะกรรมการเงินกู้เห็นว่าหลักประกันสำหรับเงินกู้รายใดเกิดบกพร่อง
ผู้กู้จะต้องจัดการแก้ไขให้คืนดีภายใน
3 เดือน
นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสหกรณ์
ข้อ
23.
ในกรณีใด ๆ
ดังต่อไปนี้
ให้ถือว่าเงินกู้ไม่ว่าประเภทใด
ๆ เป็นอันถึงกำหนดส่งคืนโดยสิ้นเชิงพร้อมทั้งดอกเบี้ยในทันที
โดยมิพักคำนึงถึงกำหนดเวลาที่ให้ไว้และให้คณะกรรมการเงินกู้จัดการเรียกคืนโดยมิชักช้า
(1)
เมื่อผู้กู้ขาดจากสมาชิกภาพไม่ว่าเพราะเหตุใด
ๆ
(2)
เมื่อปรากฏต่อคณะกรรมการเงินกู้ว่าผู้กู้นำเงินกู้
ไปใช้ผิดความมุ่งหมายที่ให้เงินกู้นั้น
(3) เมื่อคณะกรรมการเงินกู้เห็นว่าหลักประกันสำหรับเงินกู้เกิดบกพร่อง
และผู้กู้มิได้จัดการแก้ไขให้คืนดีภายใน
3 เดือน
นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสหกรณ์
(4)
เมื่อค้างส่งเงินงวดชำระหนี้ไม่ว่าต้นเงินหรือดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นเวลาถึงสองเดือน
หรือผิดนัดการส่งเงินงวดชำระหนี้ดังว่านั้นถึงสามคราวสำหรับเงินกู้รายหนึ่ง
ๆ
ข้อ
24. ในกรณีที่เงินกู้เป็นอันต้องส่งคืนโดยสิ้นเชิงตามที่กล่าวมาแล้วในข้อ
23 ถ้าผู้ค้ำประกันต้องรับผิดชำระหนี้แทนผู้กู้
และไม่สามารถชำระหนี้โดยสิ้นเชิงได้
เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอคณะกรรมการดำเนินการอาจผ่อนผันให้เรียกเก็บจากผู้ค้ำประกันเป็นงวดรายเดือนจนครบจำนวนตามที่ผู้กู้ได้ทำหนังสือกู้ให้ไว้ต่อสหกรณ์ก็ได้
ข้อ
25.
ผู้กู้หรือผู้ค้ำประกันที่ต้องชำระหนี้แทนผู้กู้ต้องรับผูกพันว่า
ถ้าตนประสงค์จะขอโอน
หรือย้าย หรือลาออกจากราชการ
หรืองานประจำตามข้อบังคับสหกรณ์ข้อ
31
(3) จะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้สหกรณ์ทราบและจัดการชำระหนี้สินซึ่งตนมีอยู่ต่อสหกรณ์ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน
เว้นแต่กรณีที่ยังคงเป็นสมาชิกอยู่ตามข้อบังคับสหกรณ์ข้อ
43 ที่ยังมีเงินได้รายเดือนให้หัก
ณ กรมที่ดิน
ทั้งนี้ให้รวมถึงสมาชิกที่ถูกโอนหรือย้ายตามกฎหมายการปฏิรูประบบราชการด้วย
ข้อ 26.
ผู้กู้หรือผู้ค้ำประกันที่ต้องชำระหนี้แทนผู้กู้
ที่ถูกโอนหรือย้ายตามกฎหมายการปฏิรูประบบราชการ
ถ้าประสงค์จะขอโอนหรือย้ายไปส่วนราชการอื่นหรือลาออกจากราชการให้ถือว่าถึงกำหนดต้องชำระหนี้สินซึ่งตนมีอยู่ต่อสหกรณ์โดยสิ้นเชิง
ข้อ 27.
นับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ
บรรดาคำขอกู้ที่ยื่นก่อนวันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับให้คงถือปฏิบัติตามระเบียบเดิม
|