|
หมวด
4
การชำระบัญชี
-------------------------
มาตรา 74
การชำระบัญชีสหกรณ์ที่ล้มละลายนั้น
ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย
มาตรา 75
การชำระบัญชีสหกรณ์ที่เลิกเพราะเหตุอื่น
นอกจากล้มละลายให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งผู้ชำระบัญชีโดยได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์ขึ้นทำการชำระบัญชีสหกรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลิก
สหกรณ์
หรือนับแต่วันที่คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติมีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์
แล้วแต่กรณีในกรณีที่ที่ประชุมใหญ่ไม่เลือกตั้งผู้ชำระบัญชีภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
หรือนายทะเบียนสหกรณ์ไม่ให้ความเห็นชอบในการเลือกตั้งผู้ชำระบัญชี
ให้นายทะเบียนสหกรณ์ตั้งผู้ชำระบัญชีขึ้นทำการชำระบัญชีสหกรณ์ได้
เมื่อนายทะเบียนสหกรณ์เห็นสมควรหรือเมื่อสมาชิกมีจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกทั้งหมดร้องขอต่อนายทะเบียนสหกรณ์
นายทะเบียนสหกรณ์จะแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีคนใหม่แทนผู้ชำระบัญชีซึ่งได้รับเลือกตั้งหรือซึ่งได้ตั้งไว้ก็ได้ให้นายทะเบียนสหกรณ์จดทะเบียนผู้ชำระบัญชีซึ่งนายทะเบียนสหกรณ์ให้ความเห็นชอบตามวรรค
หนึ่ง
หรือผู้ชำระบัญชีซึ่งได้รับแต่งตั้งตามวรรคสองหรือวรรคสาม
และให้ปิดประกาศชื่อผู้ชำระบัญชีไว้ที่สำนักงานของสหกรณ์นั้น
สำนักงานสหกรณ์อำเภอหรือหน่วยส่งเสริมสหกรณ์
และที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตแห่งท้องที่ที่สหกรณ์นั้นตั้งอยู่ภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่จดทะเบียนผู้ชำระบัญชีผู้ชำระบัญชีอาจได้รับค่าตอบแทนตามที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด
มาตรา 76
สหกรณ์นั้นแม้จะได้เลิกไปแล้วก็ให้พึงถือว่ายังคงดำรงอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี
มาตรา 77
ให้ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่ชำระสะสางกิจการของสหกรณ์
จัดการชำระหนี้และจำหน่ายทรัพย์สินของสหกรณ์นั้นให้เสร็จไป
มาตรา 78
เมื่อสหกรณ์เลิก
ให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์และเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์มีหน้าที่จัดการรักษาทรัพย์สินทั้งหมดของสหกรณ์ไว้จนกว่าผู้ชำระบัญชีจะเรียกให้ส่งมอบผู้ชำระบัญชีจะเรียกให้คณะกรรมการ
ดำเนินการสหกรณ์หรือเจ้าหน้าที่องสหกรณ์ส่งมอบทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งพร้อมด้วยสมุดบัญชีเอกสารและสิ่งอื่นเมื่อใดก็ได้
มาตรา 79
ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนสหกรณ์จดทะเบียนผู้ชำระบัญชีให้ผู้ชำระบัญชีประกาศโฆษณาทางหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยสองวันติดต่อกัน
หรือประกาศโฆษณาทางอื่นว่าสหกรณ์ได้เลิกและแจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าหน้าที่ทุกคน
ซึ่งมีชื่อปรากฎในสมุดบัญชี
เอกสารของสหกรณ์
หรือปรากฎจากทาอื่นเพื่อให้ทราบว่าสหกรณ์นั้นเลิก
และให้เจ้าหนี้ยื่นคำทวงหนี้แก่ผู้ชำระบัญชี
มาตรา 80
ผู้ชำระบัญชีต้องทำงบดุลของสหกรณ์โดยไม่ชักช้า
และให้นายทะเบียนสหกรณ์ตั้งผู้สอบบัญชีเพื่อตรวจสอบงบดุลนั้นเมื่อผู้สอบบัญชีรับรองงบดุลแล้ว
ให้ผู้ชำระเสนองบดุลต่อที่ประชุมใหญ่เพื่ออนุมัติแล้วเสนองบดุลนั้นต่อนายทะเบียนสหกรณ์
ในกรณีที่การประชุมใหญ่ไม่ครบองค์ประชุมให้ผู้ชำระบัญชีเสนองบดุลต่อนายทะเบียนสหกรณ์เพื่ออนุมัติ
มาตรา 81
ผู้ชำระบัญชีมีอำนาจหน้าที่
ดังต่อไปนี้
(1) ดำเนินกิจการของสหกรณ์เท่าที่จำเป็นเพื่อระวังรักษาผลประโยชน์ของสหกรณ์ในระหว่างที่ยังชำระบัญชีไม่เสร็จ
(2)
ดำเนินกิจการของสหกรณ์เท่าที่จำเป็นเพื่อชำระสะสางกิจการให้เสร็จไปด้วยดี
(3)
เรียกประชุมใหญ่
(4)
ดำเนินการทั้งปวงเกี่ยวกับคดีแพ่งหรือคดีอาญา
และประนีประนอมยอมความในเรื่องใด
ๆ ในนามของสหกรณ์
(5)
จำหน่ายทรัพย์สินของสหกรณ์
(6)
เรียกให้สมาชิกหรือทายาทของสมาชิกผู้ตายชำระค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบมูลค่าของหุ้นทั้งหมด
(7)
ร้องขอต่อศาลเพื่อสั่งให้สหกรณ์ล้มละลายในกรณีที่เงินค่าหุ้นหรือเงินลงทุนได้ใช้เสร็จแล้วแต่ทรัพย์สินก็ยังไม่เพียงพอแก่การชำระหนี้สิน
(8)
ดำเนินการอย่างอื่นเท่าที่จำเป็นเพื่อให้การชำระบัญชีเสร็จสิ้น
มาตรา 82
ข้อจำกัดอำนาจของผู้ชำระบัญชีอย่างใด
ๆ
ห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อมูลต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต
มาตรา 83
ค่าธรรมเนียม
ค่าภาระติดพัน
และค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียตามสมควรในการชำระบัญชีนั้น
ู้ชำระบัญชีต้องจัดการชำระก่อนหนี้รายอื่น
มาตรา 84
ถ้าเจ้าหนี้คนใดมิได้ทวงถามให้ชำระหนี้
ผู้ชำระบัญชีต้องวางเงินสำหรับจำนวนหนี้นั้นไว้ต่อนายทะเบียนสหกรณ์เพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้
และให้ผู้ชำระบัญชีมีหนังสือแจ้งการที่ได้วางเงินไปยังเจ้าหนี้โดยไม่ชักช้าถ้าเจ้าหนี้ไม่รับเงินไปจนพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่ผู้ชำระบัญชีวางเงินไว้ต่อนายทะเบียน
สหกรณ์
เจ้าหนี้ย่อมหมดสิทธิในเงินจำนวนนั้นและให้นายทะเบียนสหกรณ์จัดส่งเป็นรายได้ของสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยให้เสร็จภายในเวลาอันสมควร
มาตรา 85
ให้ผู้ชำระบัญชีเสนอรายงานต่อนายทะเบียนสหกรณ์ทุกระยะหกเดือนว่าได้จัดการไปอย่างใดบ้างและแสดงให้เห็นความเป็นไปของบัญชีที่ชำระอยู่นั้น
รายงานดังกล่าวนี้ให้ทำตามแบบที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนดรายงานตามวรรคหนึ่งให้สมาชิก
ทายาทของสมาชิกผู้ตาย
และเจ้าหนี้ทั้งหลายของสหกรณ์ตรวจดูได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมถ้าปรากฏข้อบกพร่องในการชำระบัญชี
นายทะเบียนสหกรณ์มีอำนาจสั่งให้ผู้ชำระบัญชีแก้ไขข้อบกพร่องและรายงานต่อนายทะเบียนสหกรณ์ภายในเวลาที่กำหนด
มาตรา 86
เมื่อได้ชำระหนี้ของสหกรณ์แล้ว
ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใดให้ผู้ชำระบัญชีจ่ายตามลำดับดังต่อไปนี้
(1)
จ่ายคืนเงินค่าหุ้นให้แก่สมาชิกไม่เกินมูลค่าหุ้นที่ชำระแล้ว
(2)
จ่ายเป็นเงินปันผลตามหุ้นที่ชำระแล้วแต่ต้องไม่เกินอัตราที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนดตามความเห็นชอบของคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติสำหรับสหกรณ์แต่ละประเภท
(3)
จ่ายเป็นเงินเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิกตามส่วนธุรกิจที่สมาชิกได้ทำไว้กับสหกรณ์ในระหว่างปีตามที่กำหนดในข้อบังคับถ้ายังมีทรัพย์สินเหลืออยู่อีก
ให้ผู้ชำระบัญชีโอนให้แก่สหกรณ์อื่น
หรือสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยตามมติของที่ประชุมใหญ่
หรือด้วยความเห็นชอบของนายทะเบียนสหกรณ์
ในกรณีที่ไม่อาจเรียกประชุมใหญ่ได้ภายในสามเดือนนับแต่วันที่ชำระบัญชีเสร็จ
มาตรา 87
เมื่อได้ชำระบัญชีกิจการของสหกรณ์เสร็จแล้ว
ให้ผู้ชำระบัญชีทำรายงานการชำระบัญชีพร้อม
ทั้งรายการย่อของบัญชีที่ชำระนั้น
แสดงว่าได้ดำเนินการชำระบัญชีและจัดการทรัพย์สินของสหกรณ์ไปอย่างใดรวมทั้งค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีและจำนวนทรัพย์สินที่จ่ายตามมาตรา
86 เสนอต่อผู้สอบบัญชีเมื่อผู้สอบบัญชีตรวจสอบและรับรองบัญชีที่ชำระนั้นแล้ว
ให้ผู้ชำระบัญชีเสนอต่อนายทะเบียนสหกรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้สอบบัญชีรับรองบัญชีที่ชำระนั้นเมื่อนายทะเบียนสหกรณ์เห็นชอบด้วยแล้ว
ให้ถือว่าเป็นที่สุดแห่งการชำระบัญชี
และให้นายทะเบียนสหกรณ์ถอนชื่อสหกรณ์ออกจากทะเบียน
มาตรา 88
เมื่อนายทะเบียนสหกรณ์ให้ความเห็นชอบในการชำระบัญชีตามมาตรา
87 แล้ว
ให้ผู้ชำระบัญชีมอบบรรดาสมุดบัญชีและเอกสารทั้งหลายของสหกรณ์ที่ได้ชำระบัญชีเสร็จแล้วนั้นแก่นายทะเบียนสหกรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนสหกรณ์ให้ความเห็นชอบ
ให้นายทะเบียนสหกรณ์รักษาสมุดบัญชีและเอกสารเหล่านี้ไว้อีกสองปีนับแต่วันที่ถอนชื่อสหกรณ์
นั้นออกจากทะเบียนสมุดบัญชีและเอกสารตามวรรคหนึ่งให้ผู้มีส่วนได้เสียตรวจดูได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
มาตรา 89
ในคดีฟ้องเรียกหนี้สินที่สหกรณ์
สมาชิก
หรือผู้ชำระบัญชีเป็นลูกหนี้อยู่ในฐานะเช่นนั้นห้ามมิให้
ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่นายทะเบียนสหกรณ์ถอนชื่อสหกรณ์ออกจากทะเบียน
|