เงินกู้มี 3 ประเภท คือ

1.

เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน

2.

เงินกู้สามัญ
2.1) กรณีกู้โดยใช้สมาชิกค้ำประกัน 2 คน
2.2) กรณีกู้โดยใช้ค่าหุ้นค้ำประกัน
2.3) กรณีกู้โดยหลักทรัพย์ค้ำประกัน
2.3.1) กู้โดยใช้อสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน
2.3.2) กู้โดยใช้หลักทรัพย์รัฐบาทหรือเงินฝากในสหกรณ์ค้ำประกัน

3.

เงินกู้พิเศษ

1. เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน  
  สิทธิการกู้เงิน

ผู้กู้ต้องเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน  กู้ได้ไม่เกิน 30,000 บาท หรือ ร้อยละ 60  ของเงินได้รายเดือนแต่ไม่เกิน 90% ของค่าหุ้น โดยส่งชำระหนี้ไม่เกิน 4 งวด หากผู้กู้เดือดร้อนและมีความจำเป็นสามารถกู้เกินร้อยละ 60 ของเงินได้รายเดือน  แต่ต้องไม่เกินเงินได้รายเดือนหรือไม่เกิน 30,000 บาท และไม่เกิน 90%ของค่าหุ้น โดยแนบหลักฐานความจำเป็นต่อประธานกรรมการดำเนินการพิจารณา

  การยื่นคำขอกู้ ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานสหกรณ์  หรือส่งทางไปรษณีย์  หรือส่งทางโทรสาร (Fax) 


2. เงินกู้สามัญ

Top

  สิทธิการกู้เงิน

ผู้กู้ต้องเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน วงเงินกู้ไม่เกิน 600,000 บาท กรณีมีหนี้เงินกู้สามัญค้างชำระจะยื่นกู้ใหม่ต้องชำระหนี้มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน  ยกเว้นการกู้โดยใช้ค่าหุ้นค้ำประกันไม่อยู่ในเงื่อนไขนี้  ซึ่งคณะกรรมการได้ประกาศปรับลดระยะเวลาลงเหลือ 6 เดือนเป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2548 ถึงวันที่ 1 เมษายน 2549 โดยส่งชำระหนี้ไม่เกิน 84 งวด

2.1 กรณีกู้โดยใช้สมาชิกค้ำประกัน 2 คน
  สิทธิการกู้เงิน

สิทธิการกู้ 25 เท่าของเงินเดือนบวกค่าหุ้น กู้ไม่เกิน 600,000 บาท ส่งชำระหนี้ไม่เกิน 84 งวด 
หรือภายในเกษียณอายุราชการ ( 60 ปี)  โดยมีหลักเกณฑ์  ดังนี้

-

เป็นสมาชิก 6 เดือนขึ้นไป 

 กู้ได้ไม่เกิน

300,000  บาท

 - 

เป็นสมาชิก 5 ปีขึ้นไป   กู้ได้ไม่เกิน 400,000 บาท

เป็นสมาชิก 10 ปีขึ้นไป  กู้ได้ไม่เกิน 600,000 บาท

     

  การยื่นคำขอกู้

สามารถยื่นได้ที่สำนักงานสหกรณ์หรือส่งผ่านตัวแทนสำนักงานที่ดิน  โดยผู้กู้และผู้ค้ำประกัน
กรอกข้อความตามแบบคำขอกู้ที่สหกรณ์กำหนดให้ครบถ้วนหากมีรอยลบขีดข้ามก็ให้ดำเนินการ
เซ็นกำกับมาด้วยพร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรข้าราชการหรือบัตรประชาชนผู้กู้ – ผู้ค้ำประกัน  สำเนาทะเบียนบ้านของผู้กู้และคู่สมรส  สลิปเงินเดือนๆสุดท้าย  และสำเนาบัญชีธนาคารของผู้กู้(บัญชีที่จะให้สหกรณ์โอนเงินเข้า)   โดยสหกรณ์จะทำการจ่ายเงินกู้สามัญ       เดือนละ  3 ครั้ง  คือ

- คำขอยื่นวันที่  1-10  จ่ายเงินกู้วันที่   20
- คำขอยื่นวันที่  11-20 จ่ายเงินกู้วันสิ้นเดือน 
- คำขอยื่นวันที่  21-วันสิ้นเดือน จ่ายเงินกู้วันที่   10 ของเดือนถัดไป
2.2 กู้โดยใช้ค่าหุ้นค้ำประกัน

Top

  สิทธิการกู้เงิน มีสิทธิกู้ได้ 90% ของค่าหุ้นที่มีอยู่ในสหกรณ์ โดยส่งชำระหนี้ได้ไม่เกิน 84 งวด
  การยื่นคำขอกู้

ยื่นแบบคำขอกู้ตามแบบที่สหกรณ์กำหนดที่สำนักงานสหกรณ์หรือส่งทางไปรษณีย์  ซึ่งสหกรณ์
จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารในวันถัดไป  หากมายื่นด้วยตนเองก็สามารถรับเงินในวันนั้น

 

2.3 กรณีกู้โดยหลักทรัพย์ค้ำประกัน 

      มีสิทธิกู้ได้ไม่เกิน 600,000 บาท  โดยส่งชำระหนี้ได้ไม่เกิน 84 งวด หรือภายในอายุไม่เกิน 65 ปี   โดยมีเงื่อนไขดังนี้

      2.3.1 กู้โดยใช้อสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน

  สิทธิการกู้เงิน

มีอสังหาริมทรัพย์จำนองเป็นประกัน โดยเป็นที่พอใจของคณะกรรมการดำเนินการว่าจำนวนเงินกู้ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 50  ของราคาประเมินทางราชการของอสังหาริมทรัพย์บวกค่าหุ้นวงเงินไม่เกิน 600,000 บาทส่งชำระ  84 งวดภายใน อายุ 65 ปี) ที่ดินที่จะนำมาจำนองเป็นประกันเงินกู้ต้องเป็นที่ดินของผู้กู้ หรือ พ่อ - แม่ - พี่น้องของผู้กู้ หรือ คู่สมรส โดยมีหนังสือมอบอำนาจมาด้วยเป็นที่ดินในกรุงเทพหรือต่างจังหวัด (แนบรายงานตรวจสอบหลักทรัพย์มาด้วยตามแบบที่สหกรณ์กำหนด) หากมีสิ่งปลูกสร้างเป็นหลักประกันด้วยต้องมีการประกันอัคคีภัยสิ่งปลูกสร้าง โดยระบุให้สหกรณ์เป็นผู้รับประโยชน์

  การยื่นคำขอกู้

ผู้กู้ยื่นคำขอกู้ตามแบบที่สหกรณ์กำหนด พร้อมทั้งแนบหลักฐานสำเนาอสังหาริมทรัพย์ที่จะนำมาค้ำประกัน หนังสือรับรองราคาประเมินทางราชการ หากเป็นที่ดินต่างจังหวัดต้องแนบรายงานตรวจสอบหลักทรัพย์มาด้วย   สำเนาบัตรราชการหรือบัตรประชาชนของผู้กู้/คู่สมรส สำเนาทะเบียนบ้านของผู้กู้/คู่สมรส สลิปเงินเดือน แผนที่ตั้งของที่ดิน (การยื่นคำขอเช่นเดียวกับการใช้บุคคลค้ำประกัน)

      2.3.2 กู้โดยใช้หลักทรัพย์รัฐบาทหรือเงินฝากในสหกรณ์ค้ำประกัน

  สิทธิการกู้เงิน กู้ได้ไม่เกิน 90%ของหลักประกันบวกค่าหุ้น
  การยื่นคำขอกู้

ผู้กู้ยื่นคำขอกู้ตามแบบที่สหกรณ์กำหนด พร้อมทั้งแนบหลักฐานสำเนาหลักประกันที่จะนำมาค้ำประกันสำเนาบัตรข้าราชการหรือบัตรประชาชนผู้กู้ – ผู้ค้ำประกัน  สำเนาทะเบียนบ้านของผู้กู้และคู่สมรส  สลิปเงินเดือนๆสุดท้าย  และสำเนาบัญชีธนาคารของผู้กู้ (บัญชีที่จะให้สหกรณ์โอนเงินเข้า)   



3.  เงินกู้พิเศษ

Top

  วัตถุประสงค์

เพื่อการเคหสงเคราะห์    เช่น  ก่อสร้าง-ต่อเติม-ปรับปรุงอาคารที่อยู่อาศัย  ,ซื้อห้องชุดหรืออาคารหรือที่ดินเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย  และกู้เพื่อชำระหนี้จำนองห้องชุดหรืออาคารหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง    เป็นต้น

เพื่อลงทุนประกอบอาชีพของตนเองหรือคู่สมรสที่ก่อให้เกิดรายได้

เพื่อการอันจำเป็นอื่น   เช่น   ซื้อรถยนต์หรือชำระหนี้     เป็นต้น

  หลักเกณฑ์การกู้เงิน 

1. ผู้กู้ต้องเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

2. ผู้กู้มีสิทธิกู้เงินพิเศษได้วงเงินกู้ต้องมีจำนวนมากกว่าเงินกู้สามัญกู้ได้ไม่เกิน 1,000,000 บาท  ซึ่งต้องคำนึงถึง

    ความจำเป็นในการใช้เงินของผู้กู้

    หลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกันเงินกู้

    ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้

3. ส่งชำระหนี้ไม่เกิน 180 งวด ภายในอายุไม่เกิน 65 ปี   โดยไม่การผ่อนเวลาชำระหนี้

4. หากผู้กู้มีหนี้เงินกู้สามัญค้างชำระต้องส่งชำระหนี้มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 งวด หรือมีหนี้เงินกู้ฉุกเฉินค้างอยู่ก็สามารถกู้เงินพิเศษได้ แต่เมื่อได้รับเงินกู้พิเศษแล้วต้องหักชำระหนี้เงินกู้ที่มีอยู่ให้หมด หากมีผู้กู้มีหนี้เงินกู้พิเศษค้างชำระอยู่ไม่มีสิทธิกู้เงินประเภทอื่น   เว้นแต่หนี้เงินกู้พิเศษคงเหลือเท่ากับหรือน้อยกว่าวงเงินกู้สามัญ ผู้กู้ก็สามารถกู้เงินสามัญมาชำระหนี้เงินกู้พิเศษได้

 
  หลักประกันเงินกู้

เงินกู้พิเศษต้องมีหลักประกันดังนี้

1. มีอสังหาริมทรัพย์จำนองเป็นประกัน

      โดยเป็นที่พอใจของคณะกรรมการดำเนินการว่าจำนวนเงินกู้ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ  50   ของราคาประเมินทางราชการของอสังหาริมทรัพย์  บวกค่าหุ้นวงเงินไม่เกิน1,000,000 บาทส่งชำระภายใน 15 ปี (180งวด) และจำนวนเงินที่ต้องส่งชำระหนี้บวกค่าหุ้นแล้วต้องไม่เกินเงินได้รายเดือนที่ได้รับ(มีเงินเหลือใช้อย่างน้อยเดือนละ 2,000 บาท)  ที่ดินที่จะนำมาจำนองเป็นประกันเงินกู้ต้องเป็นที่ดินของผู้กู้หรือพ่อ-แม่-พี่น้องของผู้กู้หรือคู่สมรสโดยมีหนังสือมอบอำนาจมาด้วย    เป็นที่ดินในกรุงเทพหรือต่างจังหวัดก็ได้   หากมีสิ่งปลูกสร้างเป็นหลักประกันด้วยต้องมีการประกันอัคคีภัยสิ่งปลูกสร้างโดยระบุให้สหกรณ์เป็นผู้รับประโยชน์

2. มีหลักทรัพย์รัฐบาทหรือเอกสารการฝากเงินในสหกรณ์เป็นประกัน

     ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรจำนำเป็นประกันเงินกู้รายนั้น จำนวนเงินกู้ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 90  ของหลักประกันนั้น  บวกค่าหุ้น

 

  การยื่นคำขอกู้

ให้ผู้กู้ยื่นคำขอกู้ตามแบบที่สหกรณ์กำหนด  โดยยื่นคำขอได้ที่สำนักงานสหกรณ์หรือส่งผ่านสำนักงานที่ดิน โดยแนบหลักฐานดังนี้

คำขอกู้ต้องเขียนให้ชัดเจนว่านำเงินก็ไปใช้อะไรบ้าง

สำเนาอสังหาริมทรัพย์ทีจะนำมาค้ำประกันทุกฉบับ

สำเนาอสังหาริมทรัพย์ที่จะซื้อ  ก่อสร้าง   หรือปรับปรุง

สำเนาทะเบียนบ้านของผู้กู้ที่อยู่ในปัจจุบันและบ้านใหม่ที่จะซื้อ

แบบแปลนเดิมและแปลนบ้านใหม่ของอาคารที่จะก่อสร้าง ต่อเติมหรือปรับปรุง

แผนที่สังเขปของที่ตั้งของที่ดินที่จะนำมาจำนอง

แผนที่สังเขปของที่ดินที่ก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม หรือปลดหนี้จำนอง

หนังสือรับรองรายได้ของคู่สมรส

สำเนาทะเบียนสมรสหรือใบมรณบัตร(กรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม)  หรือใบหย่า

หนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินแปลงที่จะนำมาจำนองหรือแปลงที่จะซื้อ

หนังสือมอบอำนาจ  หากนำที่ดินผู้อื่นมาจำนอง

สำนาบัตรข้าราชการหรือบัตรประชาชนของผู้กู้-คู่สมรส   ผู้มอบอำนาจ 

สำเนาเอกสารที่เกี่ยวกับรถยนต์ที่จะซื้อ

รายละเอียดเกี่ยวกับการลงทุนประกอบอาชีพ

สำเนาสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนประกอบอาชีพ

รายงานการตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับหลักประกันเงินกู้

Top